มีไพ่ในมือสองใบไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ทั้งสองใบตอนตัดสินผล นี่เป็นความเข้าใจแรกที่ช่วยให้อ่านโป๊กเกอร์ Texas Hold’em ได้ถูก เมื่อดูโต๊ะใน lionwing หรือไลอ้อนวิง ผู้เล่นมีไพ่ส่วนตัวสองใบและไพ่กองกลางร่วมกันได้สูงสุดห้าใบ แล้วเลือกไพ่ห้าใบที่ดีที่สุดจากทั้งหมดเจ็ดใบ อาจใช้ไพ่ในมือสองใบ หนึ่งใบ หรือไม่ใช้เลยก็ได้
เริ่มจากปุ่มเจ้ามือและเงินบังคับ ก่อนดูไพ่
กติกาโป๊กเกอร์แบบ Hold’em ใช้ตำแหน่ง Dealer Button เพื่อกำหนดลำดับที่นั่ง ปุ่มนี้หมุนไปหลังจบแต่ละมือ สำหรับโต๊ะที่มีผู้เล่นมากกว่าสองคน คนถัดจากปุ่มตามเข็มนาฬิกาวาง Small Blind และคนถัดไปวาง Big Blind ก่อนรับไพ่ จึงมีกองกลางเริ่มต้นให้แข่งขัน ส่วนโต๊ะสองคนมีลำดับเฉพาะของมัน ต้องอ่านกฎ Heads-up แยกต่างหาก
ชื่อโต๊ะ 10/20 มักสื่อถึง Small Blind 10 และ Big Blind 20 ไม่ได้หมายความว่าจะใช้เงินสูงสุดเพียง 20 ต่อมือ ในรูปแบบ No Limit เงินที่เพิ่มต่อมาอาจมากกว่านั้นได้ภายในชิปที่มีบนโต๊ะ จึงต้องแยกขนาด Blind ออกจาก Buy-in ซึ่งเป็นจำนวนชิปที่นำมานั่งเล่น
Cash Game กับ Tournament ก็ใช้ต้นทุนต่างกัน โต๊ะเงินสดใช้ชิปในมือเล่นต่อและอาจคิดค่าธรรมเนียม Rake ตามกฎโต๊ะ ส่วนทัวร์นาเมนต์มีค่าลงทะเบียนและโครงสร้าง Blind ที่เปลี่ยนตามเวลา ตัวเลขชิปทัวร์นาเมนต์จึงไม่จำเป็นต้องแปลงเป็นเงินสดแบบหนึ่งต่อหนึ่ง การเห็นกองชิปใหญ่ไม่ได้บอกว่าเงินรางวัลของผู้เล่นคนนั้นเท่ากัน
หนึ่งมือมีสี่รอบเดิมพัน
| รอบ | ไพ่ที่เปิดแล้ว | สิ่งที่เกิดขึ้น |
|---|---|---|
| Pre-flop | ยังไม่มีไพ่ร่วม | แต่ละคนได้ไพ่ส่วนตัวสองใบและเลือกสู้ตาม Blind |
| Flop | ไพ่ร่วมสามใบ | เริ่มเห็นคู่ ดอก และลำดับที่อาจประกอบเป็นมือ |
| Turn | ไพ่ร่วมสี่ใบ | เพิ่มไพ่หนึ่งใบและมีรอบเดิมพันอีกครั้ง |
| River | ไพ่ร่วมครบห้าใบ | เป็นไพ่ร่วมใบสุดท้ายและรอบเดิมพันสุดท้าย |
ก่อน Flop การกระทำเริ่มจากผู้เล่นที่ถัดจาก Big Blind ส่วนรอบหลัง Flop เริ่มจากผู้เล่นที่ยังอยู่ในมือซึ่งถัดจากปุ่มเจ้ามือ เมื่อเหลือผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนหลังจบรอบสุดท้ายจึงเข้าสู่ Showdown เพื่อเทียบไพ่ แต่ถ้าทุกคนอื่นหมอบจนเหลือคนเดียว คนที่เหลือชนะกองกลางได้โดยไม่ต้องเปิดครบห้าใบ
ลำดับการแจกและหลักเลือกไพ่ห้าใบอ้างอิงจาก Bicycle: Texas Hold’em Poker การแยกเกมให้ถูกสำคัญมาก เพราะ Omaha บังคับจำนวนไพ่ส่วนตัวที่ใช้ต่างออกไป และเกมคาสิโนที่มีชื่อ Texas Hold’em Bonus อาจแข่งขันกับเจ้ามือแทนผู้เล่นคนอื่น
Check, Call และ Raise ใช้เมื่อใด
Check คือผ่านการวางเงินในจังหวะที่ยังไม่มีเดิมพันค้างให้ตาม โดยยังถือไพ่อยู่ Call คือเติมเงินให้ตามยอดที่ต้องรับมือ Fold คือหมอบและหมดสิทธิ์ชนะกองกลางของมือนั้น Bet ใช้เปิดเดิมพันเมื่อยังไม่มีคนวางในรอบ ส่วน Raise คือเพิ่มยอดเหนือเดิมพันก่อนหน้า จำนวนเงินที่ต้องใส่จริงต้องหักยอดที่ตนลงไว้ในรอบนั้นแล้ว
ตัวอย่าง Big Blind 20 คุณลง Blind ไว้ 20 แล้วมีคน Raise เป็นยอดรวม 80 ถ้าจะ Call ต้องเพิ่ม 60 ให้ยอดตนถึง 80 ไม่ใช่เพิ่ม 80 ใหม่ทั้งหมด หากหน้าจอแสดง “Raise to 160” หมายถึงยอดรวมในรอบเป็น 160 ซึ่งต่างจาก “Raise by 160” ที่เพิ่มจากยอดก่อน การอ่านคำว่า to หรือ by จึงช่วยป้องกันส่งยอดเกินที่ตั้งใจ
รอบเดิมพันจบเมื่อผู้เล่นที่ยังอยู่ในมือจัดการยอดตามกฎครบแล้ว ผู้เล่นที่ All-in เงินไม่พอจะตามทั้งหมดอาจยังมีสิทธิ์ในกองที่ตนร่วมจ่าย ส่วนการเพิ่มขั้นต่ำและกรณี All-in ไม่เต็มขนาด Raise มีรายละเอียดที่ขึ้นกับรูปแบบ Limit, Pot Limit หรือ No Limit ต้องอ่านกฎเฉพาะก่อนถือว่าการเพิ่มเล็กน้อยจะเปิดสิทธิ์ให้ทุกคน Raise ซ้ำเสมอ
ไพ่ดีที่สุดคือชุดห้าใบ ไม่ใช่ไพ่ใบเดียวที่สูง
| อันดับจากสูงลงต่ำ | ลักษณะมือ |
|---|---|
| Straight Flush | ห้าใบเรียงและดอกเดียวกัน; Royal Flush เป็นชุด A–K–Q–J–10 ในกลุ่มนี้ |
| Four of a Kind | สี่ใบหน้าเดียวกัน |
| Full House | ตองหนึ่งชุดกับคู่หนึ่งชุด |
| Flush | ห้าใบดอกเดียวกันแต่ไม่ต้องเรียง |
| Straight | ห้าใบเรียง ดอกต่างกันได้ |
| Three of a Kind | สามใบหน้าเดียวกัน |
| Two Pair | คู่สองชุด |
| One Pair | คู่หนึ่งชุด |
| High Card | ไม่เข้าอันดับข้างต้น เทียบไพ่สูงตามลำดับ |
ถ้าอันดับเท่ากัน ต้องเทียบหน้าไพ่ที่เกี่ยวข้องและ Kicker หรือไพ่ประกอบที่ใช้ตัดสิน ไม่ใช่ดูแค่จำนวนคู่ สมมติไพ่กองกลางเป็น K♥, K♣, 9♠, 5♦, 2♣ ผู้เล่น ก มี A♠ กับ Q♥ จึงใช้ K–K–A–Q–9 ผู้เล่น ข มี J♠ กับ 10♥ จึงใช้ K–K–J–10–9 ทั้งคู่มีคู่ K แต่ผู้เล่น ก ชนะเพราะไพ่ประกอบสูงสุดเป็น A เหนือ J
ถ้าไพ่กองกลางเป็น A♠, K♠, Q♠, J♠, 10♠ และไม่มีเงื่อนไขเกมพิเศษ ผู้เล่นที่ยังอยู่ในมือมีชุด Royal Flush จากกองกลางเหมือนกัน ไพ่อีกสองใบในมือไม่สร้างไพ่ใบที่หกให้ชนะเพิ่ม ดอกไพ่เองไม่มีลำดับว่าโพดำชนะโพแดงใน Hold’em มาตรฐาน
All-in แล้วทำไมบางคนได้เงินคนละกอง
Side Pot เกิดเมื่อมีผู้เล่นใส่เงินหมดที่จำนวนหนึ่ง แต่ผู้เล่นอื่นยังวางเพิ่มต่อได้ เงินที่เกินส่วนที่คน All-in ร่วมจ่ายจะแยกเป็นกองข้าง ผู้เล่นคนนั้นไม่มีสิทธิ์ชนะกองข้างที่ตนไม่ได้ร่วมลง แม้จะมีไพ่ดีที่สุดทั้งโต๊ะ หลักนี้อธิบายโดย PokerStars: Side Pot, Kicker และ Split Pot
ลองคำนวณกองกลางสมมติโดยไม่คิดค่าธรรมเนียม: ผู้เล่น ก ลงหมด 500 ชิป ผู้เล่น ข และ ค ลงคนละ 1,000 ชิป กองหลักเป็น 500×3=1,500 ซึ่งทั้งสามมีสิทธิ์ ส่วนอีก 500 จาก ข และ 500 จาก ค รวม 1,000 เป็น Side Pot ที่มีเพียง ข กับ ค แข่งขัน รวมเงินทั้งโต๊ะเป็น 2,500 ชิปตรงกับยอดที่ทุกคนลง
หาก ก มีไพ่ดีที่สุดและ ข ดีกว่า ค ผู้เล่น ก ได้กองหลัก 1,500 ข ได้กองข้าง 1,000 เมื่อลบชิปที่แต่ละคนลง ก เพิ่มสุทธิ 1,000 ข เท่าทุน และ ค ลดลง 1,000 ไม่ใช่ให้ ก รับ 2,500 ทั้งหมด หากมีผู้เล่นหมอบ เงินที่เขาลงไปแล้วยังอยู่ในกอง แต่สิทธิ์ชนะหมดไป การแบ่งกองจึงต้องดูทั้งจำนวนเงินร่วมและคนที่ยังมีสิทธิ์
กรณีหลายคน All-in ที่ยอดต่างกันอาจมีหลาย Side Pot การคำนวณใช้ชั้นยอดเงินจากน้อยขึ้นมากทีละชั้น ไม่แบ่งตามจำนวนคนที่มีไพ่ดี ส่วนเงินเพิ่มที่ไม่มีใครตามอาจคืนให้ผู้วางตามกฎ แทนการนำไปทำกองที่ไม่มีคู่แข่ง
คำถามก่อนเลือกโต๊ะ Hold’em
ต้องใช้ไพ่ในมือสองใบเสมอไหม
ไม่ต้อง ใช้ศูนย์ หนึ่ง หรือสองใบได้ ขอให้เป็นชุดห้าใบดีที่สุดจากไพ่ที่มี การใช้ไพ่กองกลางครบห้าใบเรียกว่าเล่นตาม Board และอาจทำให้หลายคนเสมอกัน
ได้ไพ่เรียง Q–K–A–2–3 นับ Straight หรือไม่
ไม่ใช่ A ใช้ต่ำสุดใน A–2–3–4–5 หรือสูงสุดใน 10–J–Q–K–A แต่ไม่ใช้เชื่อมรอบจาก K กลับไป 2 การจัดอันดับต้องเลือกชุดที่เรียงตามกฎจริง
โต๊ะ Blind ต่ำ แปลว่าค่าใช้จ่ายต่อมือถูกจำกัดต่ำด้วยหรือไม่
ไม่จำเป็น โดยเฉพาะ No Limit ที่สามารถลงชิปเพิ่มจนถึงยอดที่มีได้ ต้องดูเงิน Buy-in ชิปปัจจุบัน และค่าธรรมเนียมของโต๊ะประกอบ Blind เป็นจุดเริ่มต้นของการวางเงิน ไม่ใช่เพดานทั้งมือ
การอ่าน Hold’em ในไลอ้อนวิงให้รู้เรื่องจึงเริ่มจากลำดับรอบ ตามเงินที่ลงแต่ละช่วง แล้วเลือกชุดห้าใบให้ถูก เมื่อเข้าใจการแยกกองด้วยก็อธิบายได้ว่าทำไมผู้เล่นสองคนรับชิปในมือเดียวกัน หากอยากเทียบกับเกมที่ตัดสินแยกมือหลัง Split อ่าน แบล็กแจ็ก หรือดู วิธีอ่านสิทธิ์ห้องสมาชิก และเลือกคู่มืออื่นใน หน้ารวมบทความ lionwing